วิชา Coffee Shop Item: Part 1

สวัสดีค่ะ หายหน้ากันไปนานเช่นเคย … เดี๋ยวๆ บลอกนี้จะไม่พูดภาษาอังกฤษแล้วเหรอ โอ้โน่ ไม่นะ ยังไงตอนนี้เป็นช่วงของการเล่ายาวเตือนความจำตัวเองค่ะ วันนี้เรามาเขียนบทความที่เกี่ยวกับการเรียนในคณะเราอีกแล้วค่ะ มีบทความที่เกี่ยวข้องที่อยากให้อ่านกันก่อนก็คือ FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนด้านอาหาร ค่ะ จะได้เข้าใจโดยทั่วกันเนอะว่าคะและสาขาที่เราเรียนนี่เกี่ยวกับอะไร ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อนเช่นเคย บุษ/เคีย/ อภินุชค่ะ เขียนบลอกนี้มาสักพักแล้ว ตั้งแต่เดือนกันยาค่ะ ตอนนี้มีความฝันที่กำลังจะเป็นจริงคือจะไปอินเทิร์นชิพที่เมืองนีซ ฝรั่งเศสค่ะ รอก่อนเถอะ… สำหรับเอนทรี่นี้จะมาพูดถึงวิชาตัวนึง ที่เด็กปี4 ก่อนจบทุกคนจำเป็นต้องผ่าน ชื่อวิชาคือ Coffee Shop Item กับ Coffee Shop Menu Production ค่ะ ซึ่งสองตัวนี้แม้จะชื่อต่างกันแต่ก็นับรวมว่าเป็นตัวเดียวกัน กินเวลาเรียนทั้งวันของวันพฤหัสไปเลย เรียกได้ว่าทั้งวันลงฟีลด์วิชาเดียว ซึ่งวิชานี้ก็แบ่งออกเป็น 2 Phase คือ 1. คาบเรียน Barista  คาบเรียนบาริสต้าจะสอนทีละ15คน เพราะเครื่องชงเอสเพรสโซมีแค่เครื่องเดียวในห้องเรียน และด้วยfacility ที่ค่อนข้างจำกัดจำเขี่ยของวิทยาลัย การเรียนปฏิบัติจึงเป็นไปได้เชื่องช้ามาก /อุ๊บส์ … 55555 ตอนแรกจะเรียนรวมก่อนค่ะ เรียนเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การทำกาแฟ การคั่วบดและการ Brew แบบต่างๆ…

คาบที่สองของ Decorative Chocolate Work

สวัสดีค่ะ เอนทรี่นี้ต่อจาก เอนทรี่ที่แล้ว เป็นการอัพที่เลทมาเกือบอาทิตย์ทีเดียว ช่วงเวลาที่ผ่านมาไปกบดานอยู่บ้านลุงป้าที่สมุทรปราการค่ะ คงรู้ๆกันว่าเพราะอะไร 5555 หน้าบ้านเราโดนปิดด้วยมวลมหาไลฟ์คอนเสิร์ตค่ะ (วันที่อัพนี่ก็ยังอยู่กันพร้อมหน้า) ตอนนี้กลับมาพร้อมรับสภาพแล้วค่ะ ตายล่ะ เรื่องที่เรียนวันอังคารมันกระฉอกหายไปเยอะเลยด้วยสิ เท่าที่จำได้วันนั้นไม่ได้เรียนทฤษฎีมากแล้วค่ะ เน้นที่การปฏิบัติ… อาจารย์ว่ามี Rocher (เป็นชื่อที่ฟังแล้วนึกถึงเฟอเรโร่) กับช็อคโกแล็ตที่มีไส้ถั่วที่มีชื่อว่า Truffle Shell   ตัว Shell นั้นไม่น่าจะใช่ของที่สามารถทำเองได้ด้วยมือถ้าไม่มีอุปกรณ์ อาจารย์เลยซื้อเป็นจำนวนมากจากแหล่งซื้อขายเฉพาะทาง (ถ้ามีโอกาสจะถามให้ว่าจาก supplier ที่ไหนนะคะ ) ราคาประมาณตัวละ 3-4 บาท ขายรวมแพ็คทีละหลายร้อยshell และที่เราจะเริ่มทำกันเป็นอย่างแรกก็คือไส้ของทรัฟเฟิลนี่เอง วิธีทำคล้ายเอนทรี่ที่แล้วค่ะ แต่สูตรเป็นคนละสูตรกัน ส่วนผสมไส้ทรัฟเฟิล ครีม 160 ml. กลูโคส/แบะแซ 30 g. Dark Choc 190 g. เนย 30 g. เหล้า หรือพราลีน ประมาณ 50g. ค่ะ ผสมๆคละได้…

คาบแรกของ Decorative Chocolate Work

Hi there, long time no see and sorry for Thai blogging again. ; ) ไม่ได้เขียนบลอกเป็นเดือนแน่ะค่ะ ตั้งแต่เอนทรี่เรื่องชากับวิคทอเรียนสไตล์ 555 ข้ามกระทั่งเอนทรี่Recipesแนะนำช่วงคริสต์มาส ซึ่ง ผ่านไปแล้ว อดอัพ….แง แล้ววันนี้ก็มีอะไรบางอย่างกระตุ้นให้อยากอัพบลอกขึ้นมาจนได้ มีรูปมาลงเยอะน่ะค่ะ รูปในเอนทรี่นี้รวบรวมจากกล้องของเพื่อน ขออนุญาตเรียบร้อยแล้วนะคะ เรื่องก็คือ คาบเรียนล่าสุดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเป็นวิชา Decorative Chocolate Work ที่อยู่ในหลักสูตรของทางวิทยาลัยปี4 เทอม2 ค่ะ คาบแรกอาจารย์ก็จะสอนทฤษฎี ประวัติความเป็นมา เมล็ดคาเคา (Cacao)เกิดขึ้นที่ประเทศนี้ๆ บลาๆ… ซึ่งเราก็ทราบกันพอสมควรแล้ว และหาอ่านได้ตามอินเทอร์เน็ต เพราะงั้นเราจะไปสู่ช่วงที่สำคัญกว่า นั่นก็คือ สิ่งที่เขาทำกับเมล็ดคาเคาหลังจากนั้นค่ะ…     เมล็ดคาเคาหลังจากเก็บเกี่ยวแล้วจะนำไปผ่านกระบวนการคั่ว บดออกจากเปลือก หลังจากนั้นก็ผึ่งแห้ง ทำความสะอาด และบดออกมาเป็นสิ่งที่เรียกว่า Cocoa Mass /cocoa liquor ซึ่งเมื่อนำไปคัดแยกจะกลายเป็น2องค์ประกอบ คือ 1. Cocoa…

Tea, Little by Little มหกรรมวิคตอเรียนและหลังจากนั้น #2

ต่อจากเมื่อวานนะคะ ความเดิมตอนที่แล้ว  Tea, Little by Little แรกเริ่มเดิมที#1 เมื่อวานที่เต็มไปด้วยความเยอะของคนอังกฤษที่เห่อชาจีน วันนี้มาต่อกันที่… มหกรรมวิคตอเรียน อย่างที่รู้ๆ กันว่าอังกฤษยุคก่อนนี้เป็นปลื้มการดื่มชาแบบจีนมาก จนถึงขนาดมีร้านน้ำชาเลียนแบบจีนตั้งขึ้นมาสำหรับหลากหลายชนชั้น ผ่านไปเป็นร้อยปี อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ อังกฤษชนะ สงครามฝิ่น ได้บังคับให้จีนเซ็นต์สนธิสัญญาที่มีเนื้อหาเอารัดเอาเปรียบรีดเลือดจากปูอย่างมหาศาล เหมือนที่ทำกับไทยก็คือ บังคับให้จีนเปิดเมืองท่าตามชายทะเลเพื่อค้าขายกับอังกฤษบ้างล่ะ คนอังกฤษทำผิดก็ไม่ต้องขึ้นศาลจีนบ้างล่ะ จีนเสียเปรียบกันเห็นๆ แต่ก็ต้องจำใจเซ็นต์ด้วยความพ่ายแพ้ เศรษฐกิจจีนช่วงนั้นถูกทำลายย่อยยับเลยค่ะ และในขณะนั้นเอง ดาวรุ่งใหม่ของวงการชาก็ได้ปรากฏขึ้น อินเดีย ปลูกใบชากันอย่างกว้างขวาง และก็ได้กลายเป็นแหล่งผลิตขนาดยักษ์ ก้าวเข้ามาในตลาดเมืองผู้ดีอย่างรวดเร็ว ชาชนิดใหม่ เช่น ชาดำ เริ่มเป็นที่รู้จัก และในยุคทองของพระนางวิคตอเรีย การดื่มชาก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ และความปรารถนาอย่างแรงกล้าของชนชาติอังกฤษอย่างแท้จริง ไม่ว่าใครก็พรีเซนต์ตัวเองว่าดื่มชาของอะไร พันธุ์อะไรที่ชอบ ชอบดื่มกี่โมง ที่สำคัญคือยี่ห้อชุดน้ำชาที่ตัวเองชอบ คนอังกฤษไม่ว่าจะผ่านไปร่วมกี่สมัยก็ยังเห่อพร็อบประกอบการดื่มชาไม่หายจริงๆ ชุดน้ำชาที่เริ่มมาบูมๆเอาช่วงนี้คือกาน้ำชาสองหัว หรือ Two spouts teapot เอาไว้สำหรับชงชาคนละอย่าง หรือด้านหนึ่งชาเข้ม อีกด้านหนึ่งชารสอ่อน อีกอย่างที่บูมๆ ในหมู่ผู้ดีมีหนวด Mustache cups อันนี้ตลก เป็นถ้วยชาที่ออกแบบไว้ให้มีตะพัก/หิ้งเล็กๆ อยู่ตรงขอบแก้วด้านหนึ่ง…

Tea, Little by Little แรกเริ่มเดิมที#1

Sorry for foreign readers, Thai language only again. สวัสดีค่ะ เอนทรี่นี้มีคนรีเควส บวกกับอยากเขียนด้วยตัวเองอยู่แล้วนิดหน่อย ที่จริงบลอกนี้ควรจะเป็นบลอกเกี่ยวกับอาหารและขนมเต็มตัวไปเลยเนอะ ฮ่าๆๆ ไม่ค่อยได้วาดรูปเลย ถึงวาดก็แปะแต่ในเพจ ไว้อาร์ตบุ๊คขายเมื่อไหร่จะทยอยอัพstep วาดรูปลงบ้างนะคะ เอนทรี่นี้เกี่ยวกับชาในอังกฤษ ความหรูหราไฮโซ ความเยอะของนาง มากมายมหาศาล ต้องยอมรับจริงๆ ว่าอังกฤษนี่”เยอะ” กับชามาก ข้อมูลที่เอามาเขียนนี่ก็สนองความสนใจของตัวเองและเผื่อใครจะเอาไปเป็น reference ในคอมมิคหรือนิยายก็ไม่ผิดแต่อย่างใด ข้อมูลเบื้องต้นมาจากหนังสือ The Ritz London Book of Afternoon Tea; The Art and Pleasures of Taking Tea โดย Helen Simpson ซึ่งแน่นอนว่าบทความนี้จะไม่ใช่แค่เอนทรี่เดียว แต่คงจะสลับมาเขียนกับเอนทรี่อื่นๆ ด้วย และจะเล่าตามความเข้าใจบวกกับประสบการณ์เล็กๆ น้อยๆ ที่เราสัมผัสมาด้วยค่ะ เวลาน้ำชา สำหรับคนไทย ฟังแล้วคิดถึงอะไรก่อนเลยคะ?  ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจินตนาการยากกว่านี้…

FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเรียนด้านอาหาร

Sorry for all English readers. Thai blogging again. ก่อนอื่นต้องขอแนะนำตัวก่อน บุษ/เคีย/ อภินุชค่ะ เขียนบลอกนี้มาสักพักแล้วค่ะ พยายามเขียนเป็นภาษาอังกฤษ(ง่อยๆ)มาหลายเอนทรี่ บางวันมึนๆก็เขียนแค่ประโยคเดียวแล้วแปะรูป วันไหนมีพลังก็เขียนมันซะทั้งไทยทั้งอิ้งเลย เรียนมาถึงปี4แล้ว เคยเห็นแท็กพวกนี้ตอนปี1-2ค่ะ ตอนนั้นยังไม่รู้ละเอียดพอจะเขียน แต่ตอนนี้เริ่มเข้าใจอะไรมากขึ้น วันนี้จะมาตอบคำถามที่พบบ่อย อาจจะไม่ได้พบกับตัวเองทุกข้อ แต่เป็นคำถามหลักๆที่คนชอบทักเวลาเราบอกว่าเราเรียนด้านอาหารค่ะ หลายคนคิดว่าเราเรียนแต่การทำอาหาร4ปี จบไปเป็นเชฟ เป็นกุ๊ก ทำงานในโรงแรมหรือร้านอาหารดัง บางคนคิดว่ามีชีวิตหายใจเข้าออกเป็นปาร์ติซิเยร์  บางคนมองว่าเป็นสายการเรียนของคนที่ไม่ติดมหาลัยรัฐ ก็ว่ากันไป เดี๋ยวจะแจกแจกเป็นข้อๆค่ะ 1. ตกลงเรียนอะไรกันแน่? – หลักสูตรที่เราเรียนเป็นหลักสูตรปริญญาตรี ชื่อคณะว่าHospitality Industry(อุตสาหกรรมบริการ) สาขาย่อยคือ Kitchen and Restaurant Management (จัดการครัวและภัตตาคาร) หลักสูตรนานาชาติ ค่ะ -เรียนอินเตอร์จะแตกต่างกับไทยตรงที่ อินเตอร์จะเรียนทุกวิชาเป็นภาษาอังกฤษ ได้เข้าครัวตั้งแต่เทอมแรก รายวิชาเน้นไปทางการบริหารมากกว่าทางknowledgeเฉพาะทางแบบครัวไทย และได้ฝึกงานตั้งแต่ปิดเทอมปี1 ถึงปี4เลยล่ะค่ะ 2. ไม่ได้เรียนแต่ทำอาหารเหรอ? – ไม่ใช่ หลักสูตรจัดการครัวและภัตตาคาร ไม่ได้สอนให้จบไปเป็นกุ๊ก…