Taste of Italia3: Venezia ด้วยรักและหมั่นไส้ 

เวนิสเหมือนการสวาปามช็อกโกแล็ตเหล้าทั้งกล่องลงไปรวดเดียว  (“Venice is like eating an entire box of chocolate liqueurs in one go.”- Truman Capote) คำกล่าวนี้เป็นจริงตั้งแต่ลงจากสถานีรถไฟSanta Lucia มาเหยียบพื้นเกาะ

มันเป็นความรู้สึกของรสชาติหอมหวานปนขมคอ เลี่ยน อิ่มอึดอัดทำอะไรไม่ถูกแต่ก็ยัดมันเข้าไปจนหมดในคราวเดียว … เวนิสไม่เหมือนที่ไหนในโลก และไม่มีที่ไหนเหมือนมัน (แม้แต่Tokyo Disney Sea ที่จำลองเวนิสขึ้นมาบนธีมพาร์คยังเอามาได้แค่เปลือกอันสวยงามหลอกตา) น่าเสียดายที่ความสวยงามอันน่าประทับใจนั้นเกิดขึ้นเป็นครั้งคราว ไม่สามารถทำให้เรารู้สึกหลงรักประทับใจต่อเนื่องไปจนจบได้

Venezia หรือ Venice มีสภาพเป็นเกาะที่ถูกเชื่อมกับแผ่นดินโดยทางรถไฟ และเชื่อมระหว่างเกาะอีกมากมายด้วยสะพาน

บนเวนิสไม่มีรถ (อาจจะมี แต่น้อยจนไม่เห็น ถนนไม่เอื้ออำนวยต่อการขับ เพราะเต็มไปด้วยสะพานเล็กและตรอก)

การเดินทางทั้งหมดจึงต้องใช้เรือ และเดินเท้า

ถ้าคุณพักที่โรงแรมในเวนิส เตรียมใจลากกระเป๋าข้ามเมืองเป็นกิโลได้เลย

และเนื่องด้วยความเหนื่อยบนความไม่สะดวกนี้ ทำให้ความประทับใจแรกพบของเรากับเมืองนี้ค่อนข้างแย่

โดยรวมของเมืองมีตึกรามที่งดงาม ผังเมืองและคลองน่าหลงใหล ดูไปดูมาก็ละม้ายคล้ายธีมพาร์คของโชว์มากกว่าเมืองที่มนุษย์อาศัยอยู่จริงๆ

โดยเฉพาะรูปวิวที่ถ่ายออกมาทีไรก็อิดหนาระอาใจกับคลื่นนักท่องเที่ยว พวกนางคือกลุ่มทัวริสต์ที่มากับเรือเที่ยวแรก แวะถ่ายรูปแลนด์มาร์ก โบกขาเซลฟี่ไปทั่ว และพร้อมจะจากไปภายในครึ่งวัน

ถ่ายตรงไหนก็ติดไปหมด ไม่รู้สึกถึงการใช้ชีวิตปกติของประชากรเวนิสจริงๆเลย

เรารู้จักVenezia อย่างจริงจังครั้งแรกจากการ์ตูนเรื่อง Aria ที่เล่าเรื่องสาวนักพายกอนโดล่าบนเวนิสดาวอังคาร เรื่องนั้นทำให้เราวาดภาพเมืองนี้ไว้งามปะล้ำปะเหลือ มันต้องน้ำใสสะอาดปานนั้น ฟ้าสวยปานนี้ สงบสุขเหมือนเกาะสวาทหาดสวรรค์ เป็นฮอลิเดย์ที่อควาพาราไดซ์ฝุดๆ

แต่สิ่งที่เราเจอผ่านเส้นทางลากกระเป๋าไปโรงแรม ดันเป็นถนนที่สกปรกไปด้วยฉี่หมา อึหมา ฉี่คน อ้วกคนเมา คนดำปูผ้ากับพื้นเร่ขายกระเป๋าแบรนด์เนมก็อปพยายามเอามายัดใส่มือนักท่องเที่ยว คนดำขายหุ่นยนต์เสียกบาล คนดำขายขาถ่ายภาพเซลฟี่ คนเมาท่าทางไม่น่าไว้ใจ กรุ๊ปทัวร์ถือธงเดินกันเป็นขบวน

ที่ผิดหวังกว่านั้นคือที่พัก (ขออนุญาตไม่กล่าวถึงแล้วกันค่ะ… )

….

….

ถึงฉันจะก่นด่าเมืองนี้อย่างมีอคติอยู่ตลอด

แต่ถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า แสงที่ส่องมายังมุมต่างๆ ของเวนิสทำให้มันมีความงามในแบบของมัน


Taste of Venezia

หลายร้อยปีก่อน ช่วงศตวรรษที่16 เมืองแห่งสายน้ำนี้เคยเป็นเมืองหลวงแห่งเครื่องเทศของยุโรปนามว่า “สาธารณรัฐเวนิส”  จุดศูนย์รวมสินค้าจากลิแวนต์โลกตะวันออกโดยพ่อค้าออตโตมัน เรืองอำนาจอยู่อย่างนั้นเป็นร้อยปี เรือสินค้าแทบทุกลำต้องมาจอดผ่าน สร้างอานุสรณ์สถานแห่งความยิ่งใหญ่ไว้เสียมากมาย จนกระทั่งถูกช่วงชิงตำแหน่งเมื่อโปรตุเกสสามารถแล่นเรือผ่านแหลมกู๊ดโฮป ทำให้พวกเขาเข้าถึงแหล่งสินค้าโดยไม่ต้องผ่านเวนิสอีกต่อไป

เส้นทางทะเลใหม่ถูกเปิดออก จากเมืองศูนย์กลางการเป็นพ่อค้าคนกลาง กลายเป็นเกาะแห่งน้ำอันเงียบเหงา

เวนิสต้องจำใจเปลี่ยนจากดินแดนหอมเครื่องเทศสารพัดนึก เป็นเมืองท่าแห่งความบันเทิง พวกพ่อค้าเลิกค้าเครื่องเทศ เปลี่ยนมาเปิดโรงละคร จัดแสดงดนตรี สร้างหอศิลปะโอ่โถงดูร่ำรวยมากมายจนกลายเป็นธีมพาร์คในที่สุด

ตำราอาหารเก่าในยุคที่คาซาโนว่าดอนโจวาน ยังมีชีวิตอยู่นั้นเป็นยังไงน่ะหรือ ? เขาอาจจะกินพาสต้ากับอบเชย โรยน้ำตาลพูนๆ และพริกไทยดำ ในร้านเหล้าตามตรอกแคบริมคลอง หรืออาหารทะเลพวกกุ้งและปลาเคล้าจันทร์เทศ ปรุงรสด้วยกานพลู

แต่ไม่ใช่อีกแล้ว

อาหารท้องถิ่นเวนิสดั้งเดิมเปลี่ยนไปแทบไม่เหลือเค้าด้วยความเจ็บใจที่มีต่อเครื่องเทศ

Pasta Aioli

พาสต้าในร้านอาหารในเมืองเวนิส ปรุงรสง่ายๆ ด้วยกระเทียม เกลือ พริกแห้งและอิตาเลี่ยนพาร์สลี่ย์  รสชาติกลมกล่อมทำให้รู้สึกอยากกินต่อเรื่อยๆ  มินิมอลดีมั้ยล่ะคะ

Gnocchi (อ่านว่า ญ็อกกี้) กับซอสมะเขือเทศธรรมดา

ตัวญ็อกกี้นี้น่าจะจัดอยู่ใน category ของพาสต้า แต่เป็นของโฮมเม้ด ทำจากมันฝรั่งผสมแป้งและไข่ ปั้นก้อน เอาไปต้มก่อนแล้วจึงปรุงร่วมกับซอส อาจดูแปลกตาแต่รสชาติไม่ได้แปลกอะไรนัก ออกจะเลี่ยนๆ หนักท้องด้วยซ้ำ เหมาะกับเวลาหิวจัด

Penne with Pesto

ซอสเพสโต้ ทำจากใบโหระพา เมล็ดสน น้ำมันมะกอก กระเทียม ชีส ปั่นรวมกันเป็นซอส มีขายสำเร็จรูปมากมาย แต่ของที่เป็นโฮมเม้ดอร่อยที่สุด จานนี้จำไม่ได้แล้วว่ารสชาติดีหรือไม่ดี เพราะดูท่าจะเป็นมื้อที่เร่งรีบพอสมควรของเรา หรือไม่ก็เราเหนื่อยง่วงจนไม่ได้แตะ ให้คนในครอบครัวช่วยจัดการกันไป

Spaghetti Carbonara ที่แท้จริงของอิตาเลียนมันก็ดูเรียบง่ายแบบนี้แหละ ไม่มีหรอกหอมแดงหอมใหญ่ นมข้นจืด นมเนยวุ่นวาย ไม่ใส่กันหรอกไธม์ ใบกระวานอะไรนั่น

คาร์โบนาร่าของที่นี่คือเส้นพาสต้า ผัดกับ น้ำมัน กระเทียม เบคอนอิตาเลียน (Pancetta หรือ Guanchale อร่อยมากทั้งคู่) แล้วยกขึ้นมาผสมกับ Pecorino Cheese และไข่แดง

สำหรับเราจานนี้ขี้งก ให้แพนเชตต้าน้อยไปมากๆ แค่จามก็อาจปลิวไปหมดแล้ว

พิซซ่าหน้าหัวหอมกับทูน่า จานนี้แปลกดีค่ะ แป้งอร่อย ชอบที่เขาอบเตาถ่านได้ทุกร้านเลย

อันนี้น่าจะเป็น Caprese Corn Salad เพราะคล้ายกับคาเปรสเซปกติ (ที่มีแค่มะเขือเทศกับมอสซาเรลาชีส) แต่มีข้าวโพดกับผักใบเขียวด้วย แบบนี้ก็อร่อยดี ทานกับน้ำส้มสายชูบัลซามิก และน้ำมันมะกอก


Piazza San Marco

พูดถึงมุมยอดฮิต ก็ต้องเป็น จตุรัส San Marco ที่โด่งดัง อันเป็นมุมที่สวยที่สุดในการ์ตูนเรื่อง Aria

แต่ทำไงดีล่ะคุณ ในเมื่อออกจากโรงแรมปุ๊บก็เจอกับคลื่นฝูงชนถล่มทลายปั๊บ  ทัวร์เหล่านี้คือทัวร์ที่พักนอกเกาะ แล้วนั่งเข้ามากับเรือเที่ยวแรก เพื่อมาเดย์ทริปแล้วก็กลับ

พี่ชายของเราบอกแพลนสำหรับวันต่อไปว่า

“ถ้าอยากเห็นซานมาร์โก้ของจริง ต้องออกตั้งแต่ 6 โมงเช้า” 

เราจึงได้ยลจตุรัสซานมาร์โก้ ที่เงียบสงบและงดงาม นอกจากจะไม่มีมนุษย์แล้ว ยังไม่มีนกพิราบอีกด้วย

สิงโตมีปีก 

เป็นสัญลักษณ์ที่เราชอบที่สุดของที่นี่ สิงโตมีปีกคือสัญลักษณ์ของนักบุญมาร์ก (ซานมาร์โก้ / มาระโกตามชื่อในคัมภีร์ไทย เป็นผู้สอนศาสนาและผู้แต่งพระวารสาร) ธงพ่อค้าและทหารเรือของอิตาลีจะใช้ตราสัญลักษณ์สิงโตตัวนี้ มีรูปปั้นของมันอยู่ทั่วเมืองไปหมด สิงโตตัวนี้ยังปรากฎอยู่ในไพ่ทาโร่ใบที่ชื่อว่า The World ร่วมกับนักบุญอีกสามคนด้วย

สะพานถอนหายใจ (Bridge of Sigh) ที่โด่งดัง เพราะมันเคยเป็นสะพานที่เชื่อมระหว่างศาลกับเรือนจำ นักโทษที่เดินผ่านสะพานนี้จะมองอิสรภาพที่สวยงามเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะถอนหายใจออกมา …พอเราเป็นสิ่งมีชีวิตเดียวที่อยู่บนสะพานเส้นนี้ก็พาลอยากถอนหายใจให้แสงสวยๆ นี่จริงๆ พลางคิดว่า….

ถ้ารอจน 8 โมงเช้าเมื่อไหร่นะคุณเอ๋ย คุณจะได้ถอนหายใจเพราะหามุมถ่ายรูปที่ไม่ติดคนไม่ได้สักที

ที่จตุรัสซานมาร์โก้ มีร้านที่โด่งดังที่สุด นามว่า Cafe Florian เปิดมาตั้งแต่ปี 1720  คือ …เปิดมาเกือบจะ 300 ปีแล้ว ร้านกาแฟอะไรมี business model ที่ยืนยาวขนาดนี้ฟะ

ที่แห่งนี้ต้อนรับคนดังมากมาย คาซาโนว่า ลอร์ดไบรอน ชาร์ลส์ ดิกเคน มหากวีเกอเธ่  ทั้งยังเป็นที่รักษาภาพวาดแสนสำคัญหลายภาพ อันเป็นภาพประดับร้าน

คาเฟ่แห่งนี้หรูหราโอ่อ่า จนได้รับคำชมว่า “ห้องนั่งเล่นที่งดงามที่สุดในโลก” เพราะเมื่อมองออกไปจากหน้าต่างบานนี้ ก็คือจตุรัสซานมาร์โก้นั่นเอง

บริกรแต่งตัวยังกะคาเฟ่พ่อบ้าน  55555  บริการก็ดั่งพ่อบ้าน ชุดเครื่องเงินก็หรูหราผิดประสาอิตาลีเสียไม่มี

ส่วนเมนูอาหาร …. ขอบอกตรงนี้ว่า แพง มาก มาก

เอาก็เอาวะ สักครั้งในชีวิตกับห้องนั่งเล่นที่งดงามที่สุดในโลก ตั้งใจมาถึงขั้นนี้แล้วนี่น้า

ช็อคโกแล็ตร้อน ผสมเอสเพรสโซ่ ผสมเหล้า หวานๆ ขมๆ กึ่มๆ อบอุ่นในคอ ฮีลลิ่งจากวันฟ้าหม่นฝนกระหน่ำได้อย่างดี

เค้กช็อกโกแล็ต ของน้องสั่งมา เราไม่ได้ชิมค่ะ แต่ดูจากหน้าตาแล้วเฉ๊ยเฉย

Fruit Tart รสชาติเบสิค ธรรมดาฝุดๆ เสียสกุลรุนชาติทาร์ตผลไม้สดมาก ว่าแต่ทำไมต้องฝืนใจทำขนมฝรั่งเศสด้วยถ้าไม่ชอบเนี่ย 5555 เราสังเกตว่าร้านนี้ไม่มีขนมแบบ Dolce ของอิตาเลียนเลย หันซ้ายหันขวาก็มีแต่มาการองเอย ทาร์ตเอย

Dolce ของอิตาเลียนจะเน้นครีมโหดๆ แบบ Tiramisu และ Panna Cotta หรือไอศกรีมแบบน้ำแข็งขูด (Granita) ไม่ว่าอย่างไรก็หนีไม่พ้นพวกครีมๆ ชีสๆ มาสคาร์โปน ผลไม้เชื่อม และกาแฟ

ซึ่งร้านนี้ไม่มีให้สั่ง หนำซ้ำขนมยังรสชาติเฉยฉิบจนยากจะชมเต็มปาก ชาร้อนก็เป็นชาสำเร็จรูป ไม่ใช่ของล้ำเลิศประณีตอะไร เห็นจะมีดีเพียงบรรยากาศและความอบอุ่นเท่านั้น

เอาเป็นว่าถ้าเป็นรสชาติขนม ร้านนี้ไม่ให้ผ่านค่ะ ไม่คุ้มค่าทั้งราคาและคุณภาพ

กลับกัน วงดนตรีหน้าร้านฟลอเรียนกลับมีคุณภาพคับแก้วมาก เล่นเพลงเพราะพริ้งเข้ากับบรรยากาศสุดๆ


 

Street and Canal

ลองเดินเล่นในตัวเมืองไปด้วยกันหน่อยไหมคะ ลองนึกภาพคุณผู้อ่านถือเจลาโต้ช็อกโกแล็ตGianduja ไปด้วย เดินเลียบถนนชื้นแฉะไปด้วยในวันที่อากาศแปรปรวน ฟ้าหม่นเล็กน้อย จู่ๆ ฝนก็ตกบ้าง ฟ้าใสกระจ่างขึ้นมาบ้าง

คุณผู้อ่านต้องเดินหลงทางเป็นอย่างมากทีเดียว ถึงจะมาพบกับร้านหนังสือสุดน่ารักที่ชื่อ Libreria Acqua Alta นี่ได้ ..ชื่อของร้านนี้แปลว่า ห้องสมุดจมน้ำ หมายถึงช่วงปลายปีของเวนิส ที่ระดับน้ำทะเลจะหนุนขึ้นมาจนเมืองทั้งเมืองถูกน้ำท่วมจริงๆ

ในร้านมีเรือบรรทุกหนังสือ แถมยังมีภาพตอนที่น้ำท่วมร้านแล้วเรือนี่ดูลอยอยู่จริงๆ ด้วย

เจ้าของร้านมีอารมณ์ขัน ชวนชมโน่นชมนี่ อารมณ์ดีไปหมด หนังสือทั้งหมดก็เป็นภาษาอิตาเลียน (อ่านไม่ออก)

เจ้าของร้านน่ารักมากกก เหมียว ♥

เมี้ยวๆ จะทำอะไรน่ะ

14958616_1131049836948972_424874941_n

ทางหนีน้ำ บันไดที่ทำจากหนังสือ น่ารักกรุบกริบ

ตามตรอกซอยมีร้านเครื่องเขียนเครื่องแก้วมูราโน่ สวยจนมือลั่นหยิบไปจ่ายตัง

ปากกานี่ห้ามทำตกเป็นอันขาด จะแตกเพล้งเอาได้ง่ายๆ
เครื่องแก้วมูราโน่มีขายอยู่หลายร้าน เกือบทั้งหมดเป็นเครื่องประดับหน้าตาสูสีกัน น่าจะรับมาจากแหล่งเดียวกันนะ ส่วนราคาก็พยายามเดินดูให้ทั่วๆ ก่อนจะแวะซื้อก็แล้วกัน

มาถึงเวนิส ย่อมต้องนั่งกอนโดล่า ไม่ว่าจะขึ้นที่ไหนก็ราคาเท่ากัน ลำละ 80 ยูโร
เผอิญว่าเราไปเลือกนั่งลำที่มันพายวนไปตามตรอกเงียบๆ ฮีไม่พาออกไปแถวสะพานใหญ่ริอัลโต้หรือจตุรัสเลย

ขอให้ร้องเพลงก็ไม่ร้องอีก ร้องแรพโย่แทน เห้อมมมม

เอาล่ะ ใครคิดว่ามาที่เวนิสเพื่อจะได้เห็นน้ำสีฟ้าสดใสเหมือนเราบ้าง….

ข่าวดี!! ภาพที่เห็นเวนิสน้ำสีเขียวอะความารีนเหมือนทะเลเมดิเตอเรเนียนนั้นทั้งหมดเป็นรูปแต่งงงงงง

หึหึ…

คลองแสนแสบดีๆ นี่เอง ไม่มีใครกล้าลงไปเล่นสักคน เพราะมันเหม็นมาก

น้ำช่วงที่เชื่อมกับทะเลไม่มีกลิ่นเน่าก็จริง แต่พอเข้ามาในตัวเมือง ตามตรอกซอยเล็กๆ แล้ว เหมือนน้ำคลองไม่ได้รับออกซิเจนที่เพียงพอ ไม่มีการเคลื่อนไหวผัดเปลี่ยนของน้ำ มันเลยหมักหมม ชาวบ้านก็ซักผ้าแล้วเทแฟ้บลงมาอีก ไม่ต่างจากตลาดริมคลองบ้านเราเท่าไหร่หรอกค่ะ

ลองดูสีน้ำเอาละกัน… แบบเนี้ย 555555555555

 

เวนิสมีท่าเรือเมล์ในเมืองอยู่หลายจุด เขาเรียกว่า Vaporetto (วาโปเรตโต้ หรือ วาโปเรต) ราคาต่างกับกอนโดล่าราวฟ้ากับเหว ต่างเป็นสิบเท่า เราไม่ได้ถ่ายรูปเรือมา เพราะเขาบอกให้เก็บโทรศัพท์กับกระเป๋าสตางค์ไว้ให้ดี ในวาโปเรตมีพวกนักล้วงกระเป๋า

สามารถลงเรือวาโปเรตไปเที่ยวได้หลายจุด ถ้าคุณผู้อ่านเคยดูรูป Bird’s Eye View ของเมืองนี้จะพบว่าเวนิสเหมือนแผ่นกระเบื้องใหญ่ๆ 2-3 ชิ้นที่เชื่อมกันไม่ติด  นั่งเรือจากจตุรัสซานมาร์โก้ไปที่โบสถ์อีกฝั่งที่เหมือนจะไกลโขอยู่ แต่ก็ยังสามารถเดินกลับมาที่เกาะเดิมได้ถ้าอดทนมากพอ เพราะมันจะไปเชื่อมกันด้วยสะพานที่มุมไหนสักมุมของเมือง ชวนให้เดินหลงเป็นอย่างมาก

ท่าเรือวาโปเรตยังสามารถพาคุณไปยังเกาะที่อยู่เลยออกไปจากเวนิสได้อีกด้วย

เกาะที่มีชื่อเสียงก็เช่น

  • San Michele (ซานมิเกเล) ทั้งเกาะเป็นสุสาน รวมหลุมฝังศพของชาวเวเนเซียนไว้ด้วยกัน เกาะนี้ไม่ทราบว่าเปิดให้ท่องเที่ยวเป็นปรกติรึเปล่า แต่เราไม่ได้ไปแวะเพราะมีเกาะที่อยากไปอยู่แล้ว
  • Murano (มูราโน่) เกาะเครื่องแก้วมูราโน่ เป็นแหล่งผลิตเครื่องแก้วเวเนเซียแทบทั้งหมด ส่วนมากทัวร์จะพาไปลงที่นี่เพื่อให้ท่านซื้อของกลับไป
  • Burano (บูราโน่) เกาะหลากสี

Burano หรือเกาะหลากสีที่ว่า มันสดแบบนี้เอง เป็นที่ที่มาเดินแล้วเพลินตากว่าตัวเมืองเวนิสเองอีก

เกาะนี้มีทัวร์ลงก็จริง แต่ถ้ามาตั้งแต่เช้าก็จะคนโล่งสบายแบบนี้ เป็นเกาะที่มีผังเมืองชวนงงพอๆ กับเวนิส แต่สะอาดกว่า ผู้คนก็น่ารักดูอารมณ์ดีกว่า

มีร้านอาหารมิชลินสตาร์ด้วย แต่ก็ไม่ได้เข้าไป พวกเรามองหาร้านที่ดูท้องถิ่นหน่อย

Pizza Prosciutto บนร้านอาหารที่บูราโน่เองก็ให้หน้าหนักกว่าที่ไหนที่เคยเจอมาเลย

Ravioli ไส้เนื้ออะไรสักอย่าง กับซอสเนยมะเขือเทศค่ะ ถ้าขึ้นมาถึงแคว้นเวเนโต้ อาหารจะเริ่มมีเนยเป็นส่วนประกอบบ้างแล้ว บางแคว้นจะใช้แต่น้ำมันมะกอก ไม่ใช้เนยเลย

ร้านนี้เราจำชื่อร้านไม่ได้ แต่หลังจากกลับมาจากอิตาลี่ เราก็ได้พบว่ามันเป็นร้านที่ Jamie Oliver รีวิวว่าอร่อยแบบ incredible ลงหนังสือทำอาหารของฮีด้วยล่ะ


 

สำหรับเวนิสเมืองหน้ากาก

ถ้าให้นึกถึงความทรงจำตอนนี้ก็มีทั้งดีและแย่ แต่พอมาเลือกเขียนลงในเอนทรี่กลับรู้สึกว่าเรามีเรื่องเล่าเกี่ยวกับเมืองนี้เยอะมากๆ มันเป็นเมืองที่น่าประทับใจ (ในหลายแง่- – ) พอสมควร เป็นเมืองที่ร่ำรวยประวัติศาสตร์น่าสนใจ เป็นเมืองบันเทิงปลอมเปลือก เป็นเมืองที่เรียกร้องความสนใจ เป็นเมืองน้ำเหม็น เป็นเมืองที่มิจฉาชีพเยอะสราสๆ

ถ้าให้เทียบกับเบลลาโจ หรือฟลอเรนซ์ เวนิสเป็นเมืองที่เราเกลียดมาก ให้ไปคงไม่ไปอีก

แต่ถ้าถามว่าเมืองไหนที่เราสามารถพูดถึงได้อย่างออกรสที่สุด ก็คงเป็นเวนิสไม่ผิดแน่

และเราชอบสิงโตมีปีกมาก เท่ชะมัดเลย

เลิฟยอลค่ะ

Advertisements

2 Comments Add yours

  1. ซุ่มเงียบมาสักพัก แล้วก็คิดว่าควรอ่านแล้วเม้นซะบ้าง โอเคเราจงเม้น(…)

    เรื่องไม่มีรถ หรือมีรถน้อยมาก (ไม่มั่นใจว่าไปเห็นรถอะไรมา?? อาจจะโดนจอดไว้เฉยๆ??)
    ปกติแล้วที่อิตาลี่ จะมีZTL Zoneคือโซนที่ห้ามขับรถเข้าไป จะต้องจอดรถไว้แถวๆนั้นแล้วเดินเข้าไปแทน
    แต่เวนิสเนี่ยนางจะเป็นข้อยกเว้น ไม่มีเจ้าป้ายโซนนี้ เพราะว่ามันไม่มีทางและไฟสำหรับจราจรเลยแม้แต่นิด ไม่คิดจะให้รถสัญจรไปมาได้อยู่แล้วนั่นเอง !
    ก็ต้องจอดรถที่เมืองอื่นแล้วนั่งเรือเข้าเมืองไป.. (งานหาเงินก็มา แต่ก็ชอบการที่มันไม่มีรถมากๆเลยนะ /มนุษย์รักธรรมชาติ)

    ที่จริงเคยเห็นเจ้าเมืองแห่งสายน้ำนี้แหละ ที่พี่บอกว่ามันชอบมีคนถ่ายมาแล้วพยายามปรับให้มันดูเขียวๆฟ้าๆ
    แต่เพราะภาพหลักที่ถ่ายมามันน้ำไม่ใสอยู่แล้ว พอไปปรับเลยทำให้มันดูเป็นสีเขียวฟ้าทึบๆ(เพราะมองไม่เห็นใต้น้ำ) เมื่อก่อนว่ามันสวยดีนะ!
    แต่ตอนนี้ก็ก็ชวนนึกถึงไม่นานมานี้เอง ตอนที่ไปแถวๆวงเวียนใหญ่แล้วเจอคลองเล็กๆที่มีท่อระบายสารเคมี
    น้ำสีเขียวฟ้าเหมือนเวทมนตร์มาเสกไว้…เหมือนเวนิสถูกตัดต่อที่เคยเห็น
    …. ตามมาด้วยกลิ่นแย่ๆที่บรรยายไม่ได้เหมือนได้สัมผัสอัลเตอร์ก๊อดเวอร์ชั่นแบคทีเรีย อี๋orz
    จากด้านบน เรื่องโซนไม่มีรถกับเรื่องคลอง ในก่อนที่พี่เคียจะมาแปะภาพน้ำเวนิสให้ดูเมื่อไม่กี่เดือนก่อน..
    เราก็คิดว่าเมืองที่ไม่มีเสียงเครื่องรถยนต์หรือกลิ่นควันหรอ อือหืม ดีต่อใจดีต่อปอดจริงๆ…โอเคมันมีกลิ่นคลอง ขี้ อ้วก มาแทน ก็ได๊คุณเวนิส TT

    ตั้งแต่เอนทรี่เก่าๆ อาหารอิตาลี่นี่มักจะมาแบบที่หน้าตาดูเรียบๆไม่หวือหวา มันก็ยังน่ากินในแบบของมัน.. อยากกินคาโบนาร่าจัง หึยย
    แต่ด้วยพลานุภาพไข่ไทย ถ้าทำกินเองจะท้องเสียไหม(…)
    เจ้าญ็อกกี้นี่เมื่อก่อนไม่รู้จักมันเลย จนกระทั่งเคยเจอคลิปฝรั่งคนนึงที่ปกตินางทำอาหารหน้าตาโคตรweird
    เขาใช้คุกกี้ชอคโกแลตบดผสมกับไข่,เนย,น้ำตาล แล้วก็เอาไปต้มก่อนผัด เสร็จก็เอามาโปะวิมครีมกิน
    แล้วเรียกว่าSpeculoos Gnocchi เลยสงสัยว่าอันที่ว่าเนี่ยคือมัน weirdเหมือนอาหารอันอื่นของเขาไหมอะ
    หรือจริงๆมันคือสิ่งปกติ!? //คิวเรียส แล้วทำไมเราเอามาถามในนี้ อ้าก

    ขอบคุณที่ตื่นแต่6โมงเช้าให้ได้เห็นว่ามันมีช่วงที่ซานมาร์โก้ไม่มีคนได้ด้วย 555555 หาในเน็ตมีแต่ภาพฝูงมนุษย์(+นกติดคน..)เดินเต็มลาน กี้ด

    นี่สงสัยเรื่องราคาของในคาเฟ่เลยไปลองเสิร์จดู อูหู แค่ราคากาแฟก็กดปิด นี่ถ้าอยู่ไทยมันคงโดนตั้งกระทู้พันทิปประชดว่าราคาขายให้ฮิปสเตอร์หรอเคอะ
    เค้กชอคโกแลตมันหน้าตาธรรมดาแต่น่ากินนะ!! #อะไรชอคโกแลตก็เอาหมด #ชอคโกเลิฟเวอร์

    บูราโน่สวยมากๆ! เหมือนมีกล่องหลากสีตั้งๆอยู่ตามทาง
    เคยคิดว่าสีมันคงจะซีดๆกว่านี้เพราะแดดเลีย สีเขาดีสีเขาทนหรือเขาทาสีบ่อย… คิวเรียสอีกแล้ว โอ้ยทำไมมาคอมเม้นแล้วมีแต่คำถาม 555555 O<-<

    ปล.อยากเห็นตอนห้องสมุดจมน้ำจัง ทุกวันนี้มันยังจมอยู่ตอนสิ้นปีจริงดิ แล้วอีกหน่อยมันจะจมหายไปหมดมั้ย พรากกก
    ปล2.แมววววสส์ แมวไม่ฝนเล็บหนังสือหรออ น่ารักกกก
    ปล3.หน้ากากโคตรสวยยย
    ปล4.น้ำเน่าแต่เรือสวย เรือสวยจังง เรืออออ
    ปล5.ทำไมสิงโตมีปีกถึงไม่มีชื่อเหมือนม้ามีปีก…

    1. kyokazuu says:

      ถึงกะต้องออนคอมเพื่อมาตอบ
      -เรื่องรถ เหมือนมันเป็นรถขนของจากเรือไปโกดัง มีแค่นั้นแหละ 5555
      -เรื่องรูปแต่งฟ้าในเน็ต อันนี้ตลกจริงเพราะฉันเสือกเชื่อนี่แหละว่ามันจะฟ้าจริงจัง น้ำสารเคมีสีฟ้าที่เธอพูดนี่น่ากลัวอะ
      -เรื่องกลิ่น เวนิสไม่ได้ใช้แค่กอนโดล่า มันมีเรือยนต์ด้วย แต่จะไม่อยู่ในเขตตรอกซอยคลอง เพราะมันจะชนกับกอนโดล่า เรือยนต์จะอยู่ฝั่ง Grand canal กับฝั่งมหาสมุทรล่ะ ซึ่งมีสารพิษลงน้ำพอกัน อิ้ลลล
      -Speculoos Gnocchi เหนือจินตนาการมาก ขอไม่ตอบ…. กัว
      -บูราโน่ ฉันว่าต้องทาสีบ่อยพอสมควรเลย โดนละอองน้ำทะเลทุกวันไม่มีทางสดนานอะ
      ขอบคุณที่เม้น เม้นยาวกว่าเอนทรี่ 55555

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s