Tea, Little by Little มหกรรมวิคตอเรียนและหลังจากนั้น #2

ต่อจากเมื่อวานนะคะ

ความเดิมตอนที่แล้ว 

Tea, Little by Little แรกเริ่มเดิมที#1

เมื่อวานที่เต็มไปด้วยความเยอะของคนอังกฤษที่เห่อชาจีน วันนี้มาต่อกันที่…

มหกรรมวิคตอเรียน

อย่างที่รู้ๆ กันว่าอังกฤษยุคก่อนนี้เป็นปลื้มการดื่มชาแบบจีนมาก จนถึงขนาดมีร้านน้ำชาเลียนแบบจีนตั้งขึ้นมาสำหรับหลากหลายชนชั้น ผ่านไปเป็นร้อยปี อะไรๆ ก็เกิดขึ้นได้ อังกฤษชนะ สงครามฝิ่น ได้บังคับให้จีนเซ็นต์สนธิสัญญาที่มีเนื้อหาเอารัดเอาเปรียบรีดเลือดจากปูอย่างมหาศาล เหมือนที่ทำกับไทยก็คือ บังคับให้จีนเปิดเมืองท่าตามชายทะเลเพื่อค้าขายกับอังกฤษบ้างล่ะ คนอังกฤษทำผิดก็ไม่ต้องขึ้นศาลจีนบ้างล่ะ จีนเสียเปรียบกันเห็นๆ แต่ก็ต้องจำใจเซ็นต์ด้วยความพ่ายแพ้ เศรษฐกิจจีนช่วงนั้นถูกทำลายย่อยยับเลยค่ะ
และในขณะนั้นเอง ดาวรุ่งใหม่ของวงการชาก็ได้ปรากฏขึ้น

อินเดีย ปลูกใบชากันอย่างกว้างขวาง และก็ได้กลายเป็นแหล่งผลิตขนาดยักษ์ ก้าวเข้ามาในตลาดเมืองผู้ดีอย่างรวดเร็ว ชาชนิดใหม่ เช่น ชาดำ เริ่มเป็นที่รู้จัก และในยุคทองของพระนางวิคตอเรีย การดื่มชาก็ได้กลายเป็นสัญลักษณ์ และความปรารถนาอย่างแรงกล้าของชนชาติอังกฤษอย่างแท้จริง ไม่ว่าใครก็พรีเซนต์ตัวเองว่าดื่มชาของอะไร พันธุ์อะไรที่ชอบ ชอบดื่มกี่โมง ที่สำคัญคือยี่ห้อชุดน้ำชาที่ตัวเองชอบ คนอังกฤษไม่ว่าจะผ่านไปร่วมกี่สมัยก็ยังเห่อพร็อบประกอบการดื่มชาไม่หายจริงๆ

ชุดน้ำชาที่เริ่มมาบูมๆเอาช่วงนี้คือกาน้ำชาสองหัว หรือ Two spouts teapot เอาไว้สำหรับชงชาคนละอย่าง หรือด้านหนึ่งชาเข้ม อีกด้านหนึ่งชารสอ่อน
Image

อีกอย่างที่บูมๆ ในหมู่ผู้ดีมีหนวด Mustache cups อันนี้ตลก เป็นถ้วยชาที่ออกแบบไว้ให้มีตะพัก/หิ้งเล็กๆ อยู่ตรงขอบแก้วด้านหนึ่ง เพื่อที่ว่าเวลาซดจะได้หนวดไม่เปียก โอ๊ย พ่อคุณคะ 555
Image

ยังค่ะ ยังไม่หมด รสนิยมพวกนางยังมีอีกเยอะ แฟชั่นกาน้ำชาถูกปรับเปลี่ยน เดี๋ยวเห่อโมเดิร์น เดี๋ยวชาตินิยม เดี๋ยวกลับไปหาจีน เดี๋ยวเห่ออันใหม่อีกแล้ว กาน้ำชาที่ทำเลียนแบบรูปสัตว์บ้าง เลียนแบบ Cathedral ในยุค Neo- Gothic Revival เพ้นท์ลายอัศวินกับบิชอปบ้าง บางอันก็ทำเอาใจผู้เสพย์ที่ชอบคำคม ด้วยการใส่คำประกอบอย่าง God bless our noble Queen หรือ Forget me not อะไรทำนองนี้ค่ะ
ImageImage
ImageImage

ข่าวดีสำหรับนักดื่มชาชาวอังกฤษ ช่วงปี 1826 มิสเตอร์เควกเกอร์ จอห์น ฮอนิแมน ได้คิดวิธีกำจัดปัญหาชาผลอมผสมฉี่แกะ ผงถ่าน หรือสิ่งสกปรกอะไรก็ตามที่ปะปนมากับผงชาเพื่อลดต้นทุนได้แล้ว เขาเริ่มทำถุงซีลและตวงปริมาณใบชาพร้อม net weight ก่อนออกขายสู่มือผู้บริโภค ไอเดียง่ายๆ แต่ได้ผลแบบจัดหนักนี้กลายมาเป็นธรรมเนียมปฏิบัติในวงการค้าขายเพื่อให้เกิดความยุติธรรมแก่ทั้งสองฝ่าย

ทำให้ยุคต่อมาเกิดเป็นยุคที่การดื่มชาแพร่หลายสู่ชนชาติอังกฤษอย่างไม่มีอะไรมาขวางกั้น อังกฤษมีเรือมาสเตอร์ชิพ ชื่อ Clippers จำนวน3ลำ แล่นผ่านคาบสมุทรด้วยความเร็วสูงเพื่อรับส่งใบชาจากอินเดียและแหล่งผลิตใหญ่ๆ เข้ามายังยุโรป แน่นอนว่าจุดหมายแรกที่เรือนั้นจอดคือแม่น้ำเธมส์ แห่งลอนดอน ยิ่งสะดวกไปกว่านั้นเมื่อพวกเขาตัดสินใจสร้างท่าเรือสำหรับขนใบชาโดยเฉพาะที่ Suez Canal เสียเลย ต้องยอมรับว่าเรื่องชานี่เรือใหญ่จริงจริ๊ง

การค้นพบ Afternoon Tea

การค้นพบอะไรสักอย่างนี่เป็นเรื่องแปลก บางครั้งเกิดขึ้นด้วยความบังเอิญเล็กๆ น้อยๆ หรือกระทั่งความหิว ในหัวข้อนี้ถ้าจะแตกแขนงออกไปคงจะกว้างกว่านี้อีก แต่จะเสริมให้ในภายหลังแล้วกันนะคะ มาดูที่ต้นเหตุที่แท้จริงกันก่อน

Image

แอนนาที่7 ดัชเชสแห่งเบดฟอร์ด นางบอกว่านางเหนื่อย นางหิว บ่าย4แล้ว ข้าวเที่ยงย่อยหมด นี่ดิชั้นต้องรอถึงทุ่มเลยเหรอถึงจะได้กินอะไรอีก นางอดกลั้นมานานที่จะวางมาดผู้ดีน่ารักกินน้อยใส่คอร์เซ็ต ในที่สุดก็ทนไม่ไหวแล้ว สั่นกระดิ่งบอกเมด
“ฉันอยากดื่มชา …ม…ไม่ใช่แค่ชา! เอาขนมปัง เนย เค้ก เค้กเยอะๆ มาที่ห้องเลยนะ”
พอได้ลองสักครั้งเท่านั้นแหละ ติดใจใหญ่ค่ะ พานิสัยนี้ไประบาดใส่เพื่อนๆ ผู้ดีของนางด้วย จนโรค“เอาขนมตอนบ่ายมาซิ!” ระบาดไปทั่วอังกฤษ

Afternoon tea หลังปี1880 (หลังจากที่นางเริ่มขอขนมครั้งแรก 40กว่าปี) สาวๆ ก็มีธรรมเนียมปฏิบัติใหม่ขึ้นมา กำเนิดพร้อมแฟชั่นแบบใหม่ของสาวๆ บ้าคอร์เซ็ต ชุดนี้นะแม่นาง โยนคอร์เซ็ตรัดเอวติ้วๆ ทิ้งไปได้เลยค่ะ นี่เป็นยุคของทูนิค ผ้าย้วยๆ โบหางยาวๆ เอวห้อยๆ ผูกขึ้นมาสูงๆ จะได้กินได้ตามใจชอบ แต่กระนั้น ชุดพวกนางต้องยาวระพื้นนะจ๊ะ ห้ามโชว์ขาเป็นอันขาด พวกนางจะนั่งรถม้ามาร่วมวงกันจิบชา ทานขนมชิคๆกัน เหมือนสาวๆสมัยนี้แหละค่ะ

ImageImage

ในยุคนี้นี่เอง ที่ขนมเค้ก ขนมปัง เนย แยม ครีม ถูกจัดวางกันสวยงามบนสแตนด์ และ คนสมัยนี้เขาไม่ดื่มชากันเขียวๆ แล้ว เขาเติมนมเติมน้ำตาลกันแล้วนะจ๊ะ

Image

และถึงแม้อังกฤษจะมุ้งมิ้งใส่จีนไปพักนึงแล้ว ก็เชื่อเถอะว่าขาดกันไม่ได้อยู่ดี ต้องขอบคุณ มิสเตอร์โจไซอาห์ สโพด ผู้ริเริ่มประดิษฐ์ Bone China เครื่องแก้วพอร์ซเลนราคาถูกที่มีส่วนผสม 30% ของกระดูกสัตว์ (แบบที่เซบาสเตียนคุยกับคนดูแลละครสัตว์ที่เอากระดูกมาทำขาเทียมนั่นล่ะ แต่นั่นกระดูกคน บึ๊ย555 ) ความพิเศษของโบนไชน่าคือยังสามารถเก็บความร้อนของชาไว้ในถ้วยได้ แม้ว่ามันจะบางใสจนสามารถมองผ่านเห็นเงานิ้วจากด้านหลังถ้วยได้เลย

ImageImage

ช่วงเวลานั้นนิยมมี afternoon tea กันตอน 4-5 โมง หรือเลทกว่านั้น ทำไมน่ะเหรอ เพราะรอให้อาหารกลางวันย่อยเสียก่อนจะได้เอนจอยกับเวลาน้ำชากับของว่างได้เต็มที่ ยิ่งกว่านั้นเมื่อพวกนางจะเอาท์ดอร์ แดดตอนบ่ายแก่ๆเย็นๆ กำลังร่มลมตก แล้วก็เริ่มพัฒนาขึ้นมีอาหารร้อนเสิร์ฟ มีซุปเย็นสำหรับฤดูร้อน มีวงดนตรีมืออาชีพบรรเลงประกอบใบไม้ที่ถูกลมปลิวไป จินตนาการถึงความว่างของผู้ดีสมัยนั้นแล้วอดอิจฉาไม่ได้เลยทีเดียว

แน่นอน อังกฤษซะอย่าง ทำอะไรต้องมีคำว่า “ธรรมเนียมปฏิบัติ” ไปเสียทุกที ดื่มกินกันเฉยๆ เป็นเสียเมื่อไหร่ หนังสือคู่มือการ afternoon tea พยายามกะเกณท์มากมาย เช่น “วิธีเติมน้ำตาลลงน้ำชา ใช้มือของท่าน สัมผัสช้อนแล้วตักด้วยความพยายามที่น้อยที่สุด อย่าเคลื่อนไหวให้ดูมากเกินไป อย่าให้มีเศษน้ำตาลตกก่อนที่จะยกถ้วยขึ้น” /เพลีย

นอกจากนั้นคุณลองคิดดู เข้าไปในวงสนทนาที่มีคอนเวอร์แบบหวานหยดย้อยพูดอ้อมกันไปอ้อมกันมา ถามกันอยู่ไม่กี่อย่าง “น้ำตาลก้อนเดียวใช่มั้ยคะคุณ ฉันลืมซะแล้ว อ๊ะ คุณชอบเติมนมนี่ ใช่มั้ย น้ำร้อนเพิ่มอีกสักนิดมั้ยคะ คือฉันคิดว่าชาคงเข้มไปน่ะค่ะ” ช่วงเริ่มต้นที่ยังอิงธรรมเนียมปฏิบัตินี่เต็มไปด้วยความวิตกจริตซะจริงๆ

ยุคก่อนนี้มีร้านน้ำชาแบบจีน ยุคนี้ก็เริ่มมีร้านน้ำชาแบบอิงแลนเด้อเต็มตัว เราเรียกว่า Nippy Teashop คิดค้นโดยJ. Lyon & co.ltd ลองเดาสิว่าคืออะไร แหม่ ความนิยมนี้มาก่อนญี่ปุ่นนานโขนะคะ …อย่างที่จินตนาการกันนะคะ เสิร์ฟเค้กสวยๆ พร้อมบริการโดยเมดน้อยกลอยใจ มันคือเมดคาเฟ่นั่นเอง ซึ่งเราว่าชุดพวกนางน่ารักกว่าเมดดรีม** (อุ๊บส์)เยอะค่ะ เรียบง่าย น่ารัก ปิดปากหัวเราะอ่อนหวาน รับอะไรเพิ่มไหมคะเจนเทิลแมน และแน่นอนว่าไม่ต้องทำท่าเนี้ยวๆเรียกด้วย

ImageImagetea28

Afternoon Tea ยุคใหม่

ทุกสิ่งเป็นไปตามกฎพระไตรลักษณ์นะคะ เกิดขึ้น ตั้งอยู่ และดับไป ไม่มีอะไรจีรัง แม้กระทั่งความว่างของชาวอังกฤษ ฮือ เสียใจ ... อังกฤษเจ็บปวดจากสงครามโลกครั้งที่2 คนก็หิวและจิตใจแห้งเหี่ยวกันเกินกว่าจะมีอารมณ์จะมาดื่มชาพร้อมกินขนมชิคๆ กันหลัง4โมงแล้ว แต่ก็นะ สิ่งที่โศกนาฏกรรมไม่สามารถทำอะไรชาวอังกฤษได้เลยก็คือ ชายังคงเป็นเครื่องดื่มและแรงปรารถนาแรงกล้าประจำชาติของพวกเขา ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น โรงงานผลิตกาน้ำชาก็ยังขายได้ต่อไป คุณจะเครียดจากงาน แลกเปลี่ยนข่าวสาว หรือเจอเพื่อนเก่าโดยมิได้นัดหมาย สื่อกลางที่ใช้ละลายกำแพงระหว่างกันก็ยังเป็นน้ำชา มันมีองค์ประกอบสงบเงียบบางอย่างในความสัมพันธ์ทั้งหลายทั้งปวงอยู่ในนั้น

afternoon tea ผ่านไปนานแค่ไหนก็ยังเป็นช่วงเวลาที่สง่างามและดึงดูดคนเข้ามาด้วยกันในเวลาเพียงชั่วขณะหนึ่งของความรู้สึกดี และการเริ่มต้นใหม่เสมอมาค่ะ

อาจจะมีตอนต่อไปถ้ามีอารมณ์แปลสำนวนสุดบริติชของคนเขียนนะคะ 555

เลิฟยอลค่ะ

-kia

Advertisements

7 Comments Add yours

  1. asmxhf says:

    อ่านมาสองเอนทรี่แล้วอยากได้กาใหม่มากๆ… #เป็นแค่เพียงความอยาก
    ได้รู้เรื่องชาอิงแลนด์เพิ่มขึ้นมากมาย ขอบคุณข่ะ

    1. kyokazuu says:

      ไปซื้อกาใหม่กัน อยากได้เหมือนกันนะ <3

      1. asmxhf says:

        ที่จริงเดินผ่านเอมโพเรี่ยมตรงเซตเครื่องครัว ตอนนี้มีเซ็ตถ้วยชาที่สนอยู่ด้วย
        ตอนนี้กาเยอะแล้ว หาที่ไปดูกันถ้วยชาดีกว่า

      2. kyokazuu says:

        ไปไปไปไปไป พรุ่งนี้เลยมั้ย 5555555 /บ้าจริง

  2. หมี says:

    ขยันนนน
    อ่านจบละ สองเอนทรี่เลย นุ้งเคียขยันเขียนจริง อ่านเพลินนมากกก รอตอนหน้า ขออีกหลาย ๆ ตอน 555
    ไม่เคยนั่งกินชาแบบอาฟเตอร์นูนทีจริงจังเลย อยากกินอะ กินกัน

    1. kyokazuu says:

      กลับมาเด่วจัดใหั

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s